ท่ามกลางหมอกยามเช้าที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดสนเข็มบนเทือกเขาหิมาลัย กลิ่นหอมระเหยของยางสนธรรมชาติเคล้าอณูความเย็นบริสุทธิ์ของเมืองทิมพู ลึกลงไปในผืนป่าแห่งเขตโมทิธัง ปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีสรีระแปลกตา หัวและเขาโค้งมนคล้ายแพะ แต่ลำตัวหนาบึกบึนและแผ่นหลังลาดเอียงคล้ายวัว สัตว์ลึกลับชนิดนี้คือ ‘ทาคิน’ (Takin) สิ่งมีชีวิตที่ดูราวกับหลุดออกมาจากหน้าพงศาวดารนัมเมอร์และเรื่องเล่าปรัมปราแห่งมังกรสายฟ้า
สำหรับนักเดินทางระดับเอ็กซ์คลูซีฟ การเดินทางมายัง ‘สถานอนุรักษ์ทาคินโมทิธัง’ (Motithang Takin Preserve) ไม่ใช่เพียงการเที่ยวชมสัตว์ป่าในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หากคือการเดินทางเชิงจิตวิญญาณเพื่อถอดรหัสความผูกพันระหว่างธรรมชาติและคติความเชื่ออันลึกซึ้งของชาวภูฏาน ที่นี่… บทสนทนาระหว่างสัจธรรมทางชีววิทยาและเรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแยบคายและเงียบสงบ
จากเศษกระดูกอาหารมื้อเที่ยง สู่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำชาติ: ตำนานแห่งท่านดรุกปา คุนเลย์
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 15 เมื่อพระลามะนิกายตันตระชาวทิเบตนามว่า ท่านดรุกปา คุนเลย์ (Drukpa Kunley) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘Divine Madman’ ได้เดินทางมาเผยแผ่ธรรมะในดินแดนภูฏาน ชาวเมืองผู้เลื่อมใสทว่ายังคงกังขาในกฤษดาภินิหารได้เอ่ยปากขอให้ท่านแสดงปาฏิหาริย์เพื่อเป็นหลักฐานแห่งธรรม ท่านดรุกปา คุนเลย์ จึงเอ่ยขออาหารมื้อใหญ่อันประกอบด้วยวัวทั้งตัวและแพะทั้งตัว เมื่อท่านรับประทานเนื้อจนหมดเหลือเพียงโครงกระดูก ท่านได้นำหัวแพะมาสวมต่อเข้ากับโครงกระดูกวัว แล้วร่ายมนตร์พร้อมดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว สิ่งมีชีวิตรูปร่างแปลกประหลาดพลันมีชีวิต ฟื้นตื่นขึ้นมาลุกเดินกินหญ้าบนทุ่งหญ้าเทือกเขาอย่างน่าอัศจรรย์
สิ่งมีชีวิตนั้นถูกเรียกขานในภาษาซงคาว่า ‘ดร็อง ยิม เซ’ (Dong Gyem Tsey) หรือทาคิน (Budorcas taxicolor whitei) สัตว์หน้าตาประหลาดกึ่งแพะกึ่งวัวที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมใกล้ชิดกับแกะหิมาลัย เรื่องเล่าดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน แต่เป็นสัญลักษณ์เชิงจิตวิญญาณที่ทำให้ทาคินได้รับการยกย่องเป็นสัตว์ประจำชาติภูฏานอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2005
วิสัยทัศน์แห่งองค์กษัตริย์: การก้าวข้ามกรงขังสู่สถานอนุรักษ์ธรรมชาติ
ประวัติศาสตร์ของสถานอนุรักษ์ทาคินโมทิธังสะท้อนถึงปรัชญาความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness) และความเคารพต่อสิ่งมีชีวิตในหลักพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เดิมทีสถานที่แห่งนี้เปิดเป็นสวนสัตว์ขนาดเล็ก (Mini-Zoo) ของเมืองทิมพู ทว่าเมื่อกษัตริย์จิกมี ซิงเย วังชุก พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 4 แห่งภูฏาน ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า การกักขังสิ่งมีชีวิตในกรงขังแคบๆ เป็นการขัดต่อหลักการปกครองและวิถีพุทธ จึงทรงสั่งให้ปลดปล่อยทาคินทั้งหมดกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ
ทว่าด้วยความคุ้นเคยกับมนุษย์ ฝูงทาคินกลับปฏิเสธที่จะเดินลึกเข้าไปในป่าลึก และเลือกที่จะเดินเพ่นพ่านเชื่องช้าตามถนนและตลาดกลางเมืองทิมพูเพื่อหาอาหาร รัฐบาลภูฏานจึงตัดสินใจเนรมิตผืนป่าสนธรรมชาติขนาด 8.4 เอเคอร์ (3.4 เฮกตาร์) บนเนินเขาโมทิธัง ให้กลายเป็น ‘สถานอนุรักษ์ธรรมชาติแบบเปิด’ ซึ่งช่วยปกป้องทาคินจากการรุกราน ขณะเดียวกันก็มอบพื้นที่อยู่อาศัยที่เคารพวิถีชีวิตตามธรรมชาติของพวกมันอย่างแท้จริง
สุนทรียภาพแห่งป่าสนโมทิธัง: ประสบการณ์เดินป่าสายสุขสงบ
ก้าวแรกที่เหยียบลงบนสะพานไม้และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ (Elevated Boardwalk) ของโมทิธัง บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบอันลึกซึ้ง แสงแดดรำไรลอดผ่านเรือนยอดของต้นสนหิมาลัย (Blue Pine) ส่งกลิ่นหอมระเหยสะอาดสดชื่น อากาศที่โปร่งสบาย ณ ระดับความสูงกว่า 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ช่วยปลอบประโลมจิตใจของผู้มาเยือนให้ช้าลง
ตลอดเส้นทางเดินกึ่งแคตวอล์กไม้ที่ทอดตัวราบเรียบไปตามไหล่เขา นักเดินทางสามารถเฝ้ามองฝูงทาคินที่กำลังเคี้ยวเอื้องหญ้าสด เล็มกิ่งไม้ หรือนอนพักผ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่รบกวนสัตว์ นอกจากทาคินแล้ว ผืนป่าอนุรักษ์แห่งนี้ยังเป็นบ้านของสัตว์ป่าชนิดอื่น เช่น กวางซัมบาร์ (Sambar Deer) กวางผา (Barking Deer) และนกป่าหายากนานาพันธุ์ ทำให้ทุกก้าวเดินเป็นการเติมเต็มพลังชีวิตด้วยธรรมชาติบำบัดอย่างแท้จริง
